Skip to content
วรากร เติมวัฒนาภักดี Give Warakorn
เกี่ยวกับ Give

ดีไซน์ไม่ได้เริ่มจากความสวยงาม
แต่เริ่มจากความเข้าใจ

Give Warakorn · Design Director และผู้ร่วมก่อตั้ง Gratitude Design · Interior Designer · Special Lecturer

จากเส้นดินสอในวัยเด็ก
สู่พื้นที่ที่มีความหมาย

Give Warakorn (วรากร เติมวัฒนาภักดี) คือนักออกแบบภายในที่เชื่อว่างานดีไซน์ที่ดีไม่ได้เริ่มต้นจากความสวยงาม หากแต่เริ่มจากความเข้าใจ เข้าใจว่าคนคนหนึ่งเป็นใคร ใช้ชีวิตอย่างไร และอะไรคือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้พื้นที่หนึ่งกลายเป็นที่ที่เขารู้สึกเป็นตัวเองได้อย่างแท้จริง

ในฐานะ Design Director และผู้ร่วมก่อตั้ง Gratitude Design ผลงานของ Give ครอบคลุมตั้งแต่งาน Hospitality และ Retail ไปจนถึงพื้นที่พักอาศัย และได้รับการยอมรับบนเวทีออกแบบระดับนานาชาติหลายสถาบัน แต่เบื้องหลังรางวัลและการยอมรับเหล่านั้น คือปรัชญาที่เรียบง่ายและมั่นคง นั่นคือ ดีไซน์ที่ดีต้องสะท้อนตัวตน สร้างความรู้สึก และทำให้ทุกดีเทลมีความหมาย


วรากร เติมวัฒนาภักดี
จุดเริ่มต้น

Roots

เติบโตมากับ พื้นที่

Give ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีวันแรกที่เริ่มหลงรักงานดีไซน์อย่างชัดเจน เพราะมันเหมือนสิ่งที่ค่อย ๆ ซึมเข้ามาในชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก เขาเป็นเด็กที่ชอบวาดรูปและขีดเขียนอยู่เสมอ ขณะเดียวกันก็เติบโตมาในครอบครัวที่ใกล้ชิดกับงานก่อสร้าง

คุณพ่อทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในนาม สินภักดีการโยธา ทำให้ Give มีโอกาสตามไปที่ไซต์งานตั้งแต่เล็ก ได้เห็นการคุมช่าง ได้สัมผัสวัสดุ และได้เฝ้าสังเกตว่าพื้นที่หนึ่งค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร จากสิ่งที่เคยเป็นเพียงความคิดหรือเส้นบนกระดาษ จนกลายเป็นสถานที่จริงที่ผู้คนเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ข้างในได้

ส่วนคุณแม่ทำร้านเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตขึ้นเอง เรื่องของวัสดุ งานฝีมือ สัดส่วน และรายละเอียดเล็ก ๆ จึงเป็นสิ่งที่แวดล้อมตัวเขามาตลอด โดยที่ในตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า สิ่งเหล่านี้กำลังค่อย ๆ หล่อหลอมวิธีที่เขามองพื้นที่ขึ้นมาทีละน้อย

เมื่อจบชั้นมัธยม Give เลือกเดินเข้าสู่สายสถาปัตยกรรม และสุดท้ายเลือกเรียนออกแบบภายในที่คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เพราะค้นพบว่าตัวเองหลงใหลในรายละเอียดเป็นพิเศษ บางครั้งเป็นรายละเอียดในระดับมิลลิเมตร ทว่าเขากลับรู้สึกว่าสิ่งเล็ก ๆ เหล่านั้นสามารถเปลี่ยนทั้งสัดส่วน การใช้งาน และความรู้สึกของพื้นที่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

รายละเอียดของงานออกแบบภายใน
การก่อตั้ง

Gratitude Design

การออกแบบที่เริ่มจากความขอบคุณ

ยิ่งได้เรียนรู้จากโปรเจกต์จริงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเรื่องการออกแบบ การทำงานกับลูกค้า และการทำให้แนวคิดหนึ่งเกิดขึ้นจริง Give ก็ยิ่งค้นพบว่าตัวเองไม่ได้สนใจเพียงการทำพื้นที่ให้สวย แต่สนใจว่าพื้นที่หนึ่งจะเล่าเรื่องของคนหรือแบรนด์ได้อย่างไร และความสัมพันธ์ระหว่างคนทำงานกับลูกค้าเอง ก็สำคัญไม่แพ้ผลลัพธ์ของงาน

ชื่อ Gratitude Design จึงมาจากคำว่า Gratitude หรือความขอบคุณ เพราะ Give เชื่อว่าคำขอบคุณคือหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายที่สุดของความสัมพันธ์ที่ดี ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับพื้นที่ และคนกับสิ่งที่ได้รับจากกัน

สำหรับเขา งานออกแบบไม่ใช่แค่การสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา แต่เป็นการรับบางอย่างจากผู้คน ประสบการณ์ และโอกาส แล้วนำสิ่งเหล่านั้นกลับมาตีความและส่งต่อออกไปในรูปแบบใหม่อีกครั้ง บางครั้งอาจเป็นพื้นที่ที่ทำให้ใครบางคนรู้สึกเป็นตัวเองมากขึ้น อาจเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผู้คนจดจำแบรนด์ หรืออาจเป็นความรู้ที่ช่วยให้คนรุ่นต่อไปมองเห็นบางสิ่งต่างออกไป

นี่จึงเป็นหัวใจของ Gratitude Design ตั้งแต่วันแรก นั่นคือการออกแบบที่เริ่มจากความเข้าใจ เติบโตจากความสัมพันธ์ และสุดท้ายสามารถส่งต่อคุณค่าบางอย่างกลับคืนสู่ผู้อื่นได้

ผลงานออกแบบของ Gratitude Design
จุดเปลี่ยน

The Turning Point

ก้าวแรกในนามของตัวเอง

หลังเรียนจบเพียง 7 วัน Give ก็ได้เริ่มงานที่แรกทันที และมีโอกาสได้ร่วมงานกับบริษัทออกแบบภายในจากต่างประเทศ เมื่อมองย้อนกลับไป ทุกที่ที่เขาเคยทำงานล้วนเป็นครูที่ดีมาก เพราะแต่ละคนเคยให้โอกาส ให้คำแนะนำ และเปิดพื้นที่ให้เขาได้เรียนรู้จากงานจริงในวันที่ประสบการณ์ยังไม่มากนัก สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นรากฐานสำคัญที่เขาพกติดตัวมาจนถึงทุกวันนี้

หลังทำงานในสายออกแบบภายในราว 6 ปี Give ได้รับการแนะนำให้เข้าประกวดแบบกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เป็นโปรเจกต์บ้านตัวอย่างสำหรับหมู่บ้านระดับ Luxury พร้อมกันถึงสามหลัง และเมื่อทางบริษัทเห็นถึงความตั้งใจและวิธีการทำงานของเขา ก็ได้มอบหมายให้ดูแลงานออกแบบ Clubhouse และพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดของโครงการเพิ่มเติม

โปรเจกต์นั้นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาได้ทำงานในนามของ Gratitude Design ในตอนนั้นยังไม่มีทีมใหญ่ ไม่มีโครงสร้างบริษัทเหมือนวันนี้ Give แทบจะทำทุกตำแหน่งด้วยตัวเอง ตั้งแต่คิดคอนเซปต์ ออกแบบ ประสานงาน แก้ปัญหา ไปจนถึงติดตามงานหน้างาน

ช่วงแรกไม่ได้มีแต่เรื่องสวยงาม ความผิดพลาดจากประสบการณ์ที่ยังไม่มากก็มีอยู่ไม่น้อย บางคืนถึงขั้นนอนไม่หลับเพราะความรับผิดชอบที่อยู่ตรงหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเรียนรู้คือ เมื่อมีปัญหา เราอาจย้อนกลับไปแก้สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วไม่ได้ แต่เราสามารถตั้งสติ มองปัญหาให้ชัด แก้ทีละเรื่อง และเดินต่อไปได้เสมอ ทุกความผิดพลาดจึงค่อย ๆ กลายเป็นประสบการณ์ ทุกโปรเจกต์กลายเป็นบทเรียน จนถึงวันนี้ Give ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เติบโตจากก้าวใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากก้าวเล็ก ๆ จำนวนมาก

Recognition

การยอมรับบนเวทีสากล

ระหว่างปี 2024 ถึง 2025 ผลงานของ Gratitude Design ได้รับการยอมรับบนเวทีออกแบบระดับนานาชาติจากหลายสถาบัน สะท้อนความเชี่ยวชาญที่ครอบคลุมทั้งงาน Hospitality, Retail และการออกแบบประสบการณ์

Luxury Lifestyle Awards 2024Top 100 Luxury Interior Designers of the World
German Design Award 2025Winner · Excellent Architecture: Retail
IDA Design Awards 2025Winner · Commercial Interior (Kilik Social Club)
LIV Hospitality Design AwardsWinner 2024 และ 2025
Asia Architecture Design Awards 2025Best Retail Interior Design (SHU)
Golden Pin Design Award 2025Winner (MU:IN Night Club)

ในบรรดาผลงานทั้งหมด สามโปรเจกต์ที่ Give ภูมิใจเป็นพิเศษ ได้แก่ Kilik Social Club งาน Hospitality ที่หลอมรวมประสบการณ์ พื้นที่ และแบรนด์เข้าด้วยกันอย่างชัดเจน, MU:IN Bangkok โปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่สะท้อนความเชี่ยวชาญด้าน Nightlife และการออกแบบประสบการณ์ และ SHU งาน Retail ที่แสดงให้เห็นว่ารายละเอียด วัสดุ และ Brand Identity สามารถสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่ได้อย่างไร

ในปี 2025 Give ยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน Tatler Gen.T และเป็นหนึ่งในบุคคลบนปกของนิตยสาร โดยผลงานและตัวตนของเขาได้รับการนำเสนอผ่านสื่อชั้นนำอย่าง Tatler Homes Thailand, art4d และ Home Journal อย่างต่อเนื่อง

รางวัลและการยอมรับระดับนานาชาติของ Gratitude Design

ลายเซ็นการออกแบบ Tailored Luxury
ปรัชญา

Tailored Luxury

ความหรูหราที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

ดีไซน์ที่ดีไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องสะท้อนตัวตน สร้างความรู้สึก และทำให้ทุกดีเทลมีความหมาย
Design should feel personal, intentional and meaningful.

ลายเซ็นของ Give คือสิ่งที่เขาเรียกว่า Tailored Luxury ความหรูหราที่ออกแบบขึ้นเฉพาะบุคคล ให้ความสำคัญกับสัดส่วน วัสดุ ผิวสัมผัส แสง และรายละเอียดที่ดูสงบ แต่มีชั้นเชิงซ่อนอยู่ เขาไม่ยึดติดกับสไตล์ใดสไตล์หนึ่ง เพราะเชื่อว่าพื้นที่ที่ดีที่สุดคือพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้เข้ากับคนที่จะใช้ชีวิตอยู่ในนั้น ไม่ใช่ให้คนต้องปรับตัวเข้าหาสไตล์

ในด้านแรงบันดาลใจ Give ชื่นชมผลงานของ Kelly Wearstler, Joyce Wang และ Brigette Romanek โดยเฉพาะวิธีที่นักออกแบบเหล่านี้ใช้วัสดุ รูปทรง และศิลปะ สร้างพื้นที่ที่มีบุคลิกชัดเจนโดยไม่ต้องอธิบายมาก และสิ่งที่เขาอยากให้ลูกค้าจดจำมากที่สุดหลังได้ร่วมงานกัน ก็คือความรู้สึกว่า Give เข้าใจว่าเขาเป็นใคร ใช้ชีวิตอย่างไร และเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีตัวตน และอยู่ได้อย่างยั่งยืน

Give ในบทบาทผู้สอนและผู้สร้างชุมชนดีไซน์
การส่งต่อ

Teaching & Community

จากนักออกแบบ สู่ครูและชุมชน

นอกเหนือจากบทบาทนักออกแบบ Give ยังเป็นอาจารย์พิเศษด้าน Interior Design มากว่า 6 ปี ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สอนทั้งวิชา Interior Design และ Interior Design Management พร้อมริเริ่มกิจกรรม Design Walk ที่พานักศึกษาออกไปเรียนรู้พื้นที่จริงนอกห้องเรียน เพราะเขาเชื่อว่าการมองเห็นและสัมผัสพื้นที่ด้วยตัวเอง คือบทเรียนที่ตำราให้ไม่ได้

ในปี 2026 Give ขยายบทบาทจากนักออกแบบสู่การเป็นผู้สร้างคอนเทนต์ด้านดีไซน์ การสอน และการดูแลชุมชน ผ่านคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Design Education, Design Minute, ความรู้เรื่องวัสดุและการจัดวาง, การลงพื้นที่จริง ไปจนถึงเบื้องหลังชีวิตนักออกแบบภายในและมุมมองด้าน Creative Business โดยผสมผสานคอนเทนต์สั้นที่ย่อยง่ายเข้ากับคอนเทนต์แบบยาวบน YouTube

ทั้งหมดนี้นำไปสู่การก่อตั้ง Design Walk with Ajarn Give คอมมิวนิตี้สำหรับนักศึกษา ศิษย์เก่า และคนทำงานดีไซน์ ที่มารวมตัวกันเพื่อเรียนรู้การมองพื้นที่จริง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่าย สะท้อนความเชื่อเรื่องการส่งต่อ ที่เป็นหัวใจของ Gratitude Design มาตั้งแต่ต้น

Today & Forward

บ้านที่ดีไม่ได้วัดจากความหรูหรา
แต่วัดจากความรู้สึกในทุกวัน ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่

สำหรับ Give การเป็นนักออกแบบไม่ใช่ปลายทาง แต่คือการเดินทางที่ยังดำเนินต่อไป เรียนรู้จากผู้คน ธุรกิจ ศิลปะ วัฒนธรรม และแม้แต่สิ่งที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกับงานออกแบบโดยตรง เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกประสบการณ์ล้วนกลับมาเติมมุมมองบางอย่างให้กับงานของเราได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นบ้านสักหลัง คอนโดสักห้อง หรือพื้นที่ที่อยากให้มีความหมาย ความเชื่อของเขายังคงเรียบง่ายเหมือนเดิม

เริ่มต้นพูดคุยกับ Give