Skip to content
Design

ค่าออกแบบภายใน คิดอย่างไร วิธีอ่านใบเสนอราคาให้เข้าใจก่อนเซ็น

14 กันยายน 2026
Give Warakorn seated in front of dark marble — portrait

คำถามที่เราได้ยินบ่อยเป็นอันดับสอง รองจาก “เริ่มตรงไหน” คือ “ค่าออกแบบเท่าไหร่” และคำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุดคือ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจ้างเราทำอะไร บทความนี้ไม่ได้ตอบด้วยตัวเลข แต่ตอบด้วยวิธีคิด เพราะเมื่อคุณเข้าใจว่าค่าออกแบบมาจากไหน คุณจะอ่านใบเสนอราคาของสตูดิโอไหนก็ได้อย่างเข้าใจ และรู้ว่ากำลังจ่ายเพื่ออะไร

ค่าออกแบบซื้ออะไร

สิ่งที่คุณได้จากค่าออกแบบไม่ใช่ภาพเรนเดอร์สวย ๆ หนึ่งชุด แต่เป็นการตัดสินใจหลายร้อยครั้งที่ถูกคิดมาแล้วก่อนที่ช่างจะตอกตะปูตัวแรก ประตูห้องนอนเปิดชนตู้ไหม ปลั๊กอยู่ตรงที่โต๊ะทำงานจะตั้งจริงหรือเปล่า หินอ่อนแผ่นนี้ทนน้ำมันในครัวได้กี่ปี ทุกคำถามที่ถูกตอบบนกระดาษ คือเงินที่ไม่ต้องจ่ายซ้ำหน้างาน ในประสบการณ์ของเรา งานรื้อแก้ที่แพงที่สุดมักมาจากแบบที่ “ประหยัด” ที่สุด

3 วิธีที่ตลาดใช้คิดค่าออกแบบ

ในประเทศไทย สตูดิโอออกแบบภายในส่วนใหญ่คิดค่าบริการด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งใน 3 แบบนี้ และแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียที่คุณควรรู้

  1. คิดตามพื้นที่ (ต่อตารางเมตร) เข้าใจง่าย เทียบง่าย เหมาะกับงานที่อยู่อาศัยทั่วไป ข้อควรระวังคือพื้นที่เท่ากันแต่ความซับซ้อนต่างกันมาก ห้องนอน 30 ตารางเมตรกับครัว 30 ตารางเมตรใช้เวลาออกแบบไม่เท่ากันเลย
  2. คิดเป็นสัดส่วนของงบก่อสร้าง ค่าออกแบบเติบโตตามความละเอียดของงาน เหมาะกับโครงการที่มีงานบิลท์อินและงานระบบมาก ข้อควรระวังคือต้องตกลงกันให้ชัดว่า “งบก่อสร้าง” นับอะไรบ้าง และตัวเลขสุดท้ายรู้เมื่อไหร่
  3. คิดเป็นราคาเหมาตามขอบเขตงาน ตัวเลขเดียว รู้ตั้งแต่ต้น แลกกับการที่ขอบเขตงานต้องนิ่งพอสมควร ถ้าเปลี่ยนโจทย์กลางทาง ต้องมีวิธีคิดค่างานเพิ่มที่ตกลงกันไว้ก่อน

4 สิ่งที่ทำให้ค่าออกแบบต่างกัน แม้บ้านจะขนาดเท่ากัน

  1. ขอบเขตงาน ออกแบบอย่างเดียว หรือออกแบบพร้อมสร้างแบบ Turnkey ที่สตูดิโอเดียวรับผิดชอบตั้งแต่สเก็ตช์แรกจนถึงวันย้ายเข้า อย่างหลังรวมงานควบคุมหน้างาน งานผลิตเฟอร์นิเจอร์ ไฟ และการจัดวางสุดท้าย ซึ่งเป็นงานคนละชุดกับการเขียนแบบ
  2. ความลึกของเอกสาร แบบสำหรับให้ผู้รับเหมาเจ้าเดียวที่คุ้นเคยกันทำ กับแบบที่ละเอียดพอให้ผู้รับเหมาหลายเจ้าประมูลแข่งกันได้ ต้องใช้เวลาเขียนต่างกันหลายเท่า แบบชุดหลังแพงกว่าตอนออกแบบ แต่มักถูกกว่าตอนก่อสร้าง
  3. จำนวนห้องหรือจำนวนที่นั่ง สำหรับร้านอาหารและโรงแรม เราไม่ได้มองพื้นที่เป็นตารางเมตร แต่มองเป็นจำนวน “ที่นั่ง” หรือ “ห้องพัก” เพราะนั่นคือหน่วยที่ธุรกิจของคุณหาเงิน และเป็นหน่วยที่การออกแบบต้องตอบ
  4. งานพิเศษ งานเฟอร์นิเจอร์สั่งทำ งานออกแบบแสง งานภูมิทัศน์ หรืองาน FF&E และการจัดสไตล์ขั้นสุดท้าย แต่ละอย่างเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะ และควรปรากฏในใบเสนอราคาเป็นรายการที่คุณเลือกได้ ไม่ใช่ซ่อนอยู่ในตัวเลขก้อนเดียว

วิธีอ่านใบเสนอราคา

ใบเสนอราคาที่ดีจะตอบคำถาม 5 ข้อนี้ได้ครบ ถ้าฉบับไหนตอบไม่ครบ ถามก่อนเซ็น

  1. ขอบเขตงานเป็นข้อ ๆ ระบุชัดว่าออกแบบพื้นที่ส่วนไหนบ้าง รวมงานอะไร ตั้งแต่แปลน งานบิลท์อิน งานระบบไฟ ไปจนถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว สิ่งที่ไม่ได้เขียนไว้ มักหมายถึงไม่ได้รวม
  2. ขั้นตอนการทำงานและสิ่งที่คุณจะได้เห็นในแต่ละขั้น เช่น Concept Design จะได้เห็นแนวคิด ผังการใช้พื้นที่ และภาพบรรยากาศ Design Development จะได้เห็นแบบที่ลงรายละเอียดพร้อมตัวอย่างวัสดุจริง และ Construction Documentation คือแบบก่อสร้างที่ช่างนำไปทำงานได้
  3. จำนวนรอบการแก้แบบที่รวมอยู่ แต่ละขั้นตอนแก้ได้กี่รอบ และหากเกินจากนั้นคิดค่างานเพิ่มอย่างไร ข้อนี้ป้องกันความเข้าใจผิดได้มากที่สุดข้อหนึ่ง
  4. เงื่อนไขการชำระเงินที่ผูกกับขั้นตอน การชำระควรแบ่งงวดตามความคืบหน้าของงาน คุณจ่ายเมื่อได้รับผลงานในแต่ละขั้น ไม่ใช่จ่ายตามปฏิทิน
  5. สิ่งที่ไม่รวมในค่าออกแบบ เช่น ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าเขียนแบบวิศวกรรมโครงสร้างและงานระบบ ค่าเดินทางต่างจังหวัด หรือค่าพิมพ์แบบ รายการเหล่านี้ควรถูกเขียนไว้ตั้งแต่แรก เพื่อให้ตัวเลขสุดท้ายไม่มีเรื่องเซอร์ไพรส์

และอย่าเปรียบเทียบตัวเลขสุดท้ายอย่างเดียว ค่าออกแบบที่ถูกกว่าครึ่งหนึ่งแต่ไม่มีการควบคุมหน้างาน อาจแพงกว่าในเดือนที่หก เมื่อคุณต้องเป็นคนตัดสินใจเรื่องที่ไม่เคยเรียนมาเอง

ที่ Gratitude Design เราคิดอย่างไร

เราเสนอราคาเป็นรายโครงการ โดยคำนวณจากปัจจัยหลัก 4 ประการ ได้แก่ ขนาดพื้นที่ของโครงการ งบประมาณที่เจ้าของโครงการกำหนด ระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้ในการออกแบบ และความซับซ้อนของโครงการ ซึ่งเราอ้างอิงตามเกณฑ์ที่ใช้ในวิชาชีพสถาปัตยกรรมภายใน โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ งานซับซ้อนมาก เช่น บ้านพักอาศัยส่วนบุคคลและโรงแรมระดับหรู ที่มีรายละเอียดเฉพาะตัว งานบิลท์อินสั่งทำ และงานระบบที่ซับซ้อน งานซับซ้อน เช่น สำนักงาน ร้านค้าปลีก และร้านอาหาร ที่มีพื้นที่ใช้งานหลากหลายแต่มีมาตรฐานการออกแบบชัดเจน และงานไม่ซับซ้อน เช่น คลังสินค้าหรือพื้นที่โถงโล่งที่มีประโยชน์ใช้สอยพื้นฐาน

ใบเสนอราคาของเราจึงระบุขอบเขตงาน ขั้นตอนการทำงาน และเงื่อนไขการชำระเงินอย่างชัดเจน พร้อมโปรแกรมงานที่กำหนดวันที่ของแต่ละขั้นตอนมาด้วยเสมอ เพราะเราเชื่อว่าเวลาเป็นสิ่งที่ต้องวางแผน ไม่ใช่ประมาณ และค่าออกแบบที่ดีต้องอธิบายได้ว่าทุกบาทถูกใช้ไปกับอะไร

ค่าออกแบบไม่ใช่ค่าใช้จ่ายก้อนแรกของบ้าน แต่เป็นการตัดสินใจก้อนแรก และมันกำหนดว่าก้อนต่อ ๆ ไปจะถูกใช้อย่างไร ถ้าคุณอยากคุยเรื่องโครงการของคุณ เริ่มต้นบทสนทนาได้ที่นี่ หรืออ่านย้อนเรื่อง ก่อนจ้างอินทีเรียดีไซเนอร์ต้องเตรียมอะไร รายละเอียดบริการทั้งหมดอยู่ที่ gratitudedesign.com